fbpx
หน้าหลัก

New Zealand’s capital has set an ambitious goal to reduce city emissions by 57% by 2030 and be a net zero carbon city by 2050. Wellington’s climate action plan is called ‘Te Atakura’, which means ‘a new start’ when translated from the local Māori language. It sets out the city’s climate goals, with six key action areas: transportation and urban form, building energy, adaptation, advocacy, other city-wide initiatives, and the council itself.

To achieve its urgent, collective goals, Wellington has partnered with private and corporate citizens, local entrepreneurs, universities, energy companies, mobility companies and many others. A connected city-wide bike network is being built and a 20-year transport plan is being implemented. ‘Let’s Get Wellington Moving’ aims to reduce congestion by introducing rapid transit, improve public transport and create more ways for Wellingtonians to walk around the city. This is projected to reduce emissions by over 42 kilotonnes of CO2 equivalent per year. Waste management is also crucial to Wellington’s future, and the city plans to reduce waste going to landfill by a third by 2026, cutting emissions 23 kilotonnes of CO2 equivalent. https://wellington.govt.nz

To achieve its urgent, collective goals, Wellington has partnered with private and corporate citizens, local entrepreneurs, universities, energy companies, mobility companies and many others. A connected city-wide bike network is being built and a 20-year transport plan is being implemented. ‘Let’s Get Wellington Moving’ aims to reduce congestion by introducing rapid transit, improve public transport and create more ways for Wellingtonians to walk around the city. This is projected to reduce emissions by over 42 kilotonnes of CO2 equivalent per year. Waste management is also crucial to Wellington’s future, and the city plans to reduce waste going to landfill by a third by 2026, cutting emissions 23 kilotonnes of CO2 equivalent. https://wellington.govt.nz

โหวตให้กับ Wellington

หนึ่งโหวตสำหรับ Wellington หมายถึงหนึ่งโหวตสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานหมุนเวียน

ขอบคุณสำหรับการโหวต

Use #WeLoveWellington on Instagram, Facebook or Twitter.
Suggest an idea for making it even better
and welcome back in 24h to vote again.

ถัดไป

ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะของคุณ

การลงคะแนนของคุณสำเร็จแล้ว! ขอบคุณสำหรับการช่วยออกแบบอนาคตของเมืองที่ยั่งยืน! ขอให้เราได้ติดต่อกันอีก

Now like us on Facebook or submit another suggestion.

ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

IMPROVE Wellington

แต่ละเมืองจะนำแนวคิดของคุณไปพัฒนาเมืองให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป


ถัดไป ถัดไป

ความเป็นมาของเมืองนี้ฉันรัก

เพราะประชากรมากกว่าครึ่งของโลกใบนี้อาศัยอยู่ในเมือง และกว่าร้อย 70 ของคนเหล่านี้มีกิจกรรมที่ได้ทำให้บรรยากาศของโลกเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามทุกเมืองก็มีโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการสร้างเมืองให้เป็นสถานที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าและเอื้ออาทรต่อโลกใบนี้ด้วยในขณะเดียวกัน โดยการสัญจรที่เป็นมิตรต่อโลก การสร้างอาคารบ้านเรือนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานที่มาจากธรรมชาติ การทิ้งให้น้อยลงและรักโลกให้มากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศ

เรารักที่จะเดินทาง

Learn more

เรารักพลังงานจากธรรมชาติ

Learn more

เรารักอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Learn more

เรารักวิถีชีวิตที่สะอาด

Learn more

เราชอบอาหารที่สดใหม่

Learn more

เรารักที่จะเดินทาง

เมืองที่เข้าร่วมกับเรา กำลังปรับเปลี่ยนไปสู่เมืองที่ยั่งยืน โดยการพยายามลดการใช้พลังงานในการสัญจร เพื่อสร้างอากาศและสุขภาวะที่ดีกว่าคมนาคมเป็นการใช้พลังงานร้อยละ 25 จากการใช้พลังงานทั้งหมดของโลก ดังนั้นเมืองต่างๆ จึงกำลังหาวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งการจัดให้มีพื้นที่ปลอดยานพาหนะหรือพื้นที่ที่จํากัดการใช้รถ

การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มจำนวนรถโดยสารสาธารณะ การส่งเสริมการใช้จักรยานและการมีถนนที่เป็นมิตรต่อคนเดินเท้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นซึ่งจะนำไปสู่การมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นได้

เรารักพลังงานจากธรรมชาติ

เมืองต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการล้วนแต่ชื่นชอบการใช้พลังงานจากธรรมชาติ และกำลังกลายเป็นจุดเชื่อมต่อของการแก้ปัญหาด้านพลังงานทดแทน ในปัจจุบัน ผู้อาศัยในเมืองล้วนมีส่วนรับผิดชอบกว่าร้อยละ 70 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากการใช้พลังงานบนโลก อย่างไรก็ตาม การที่เมืองต่างๆ กลายเป็นผู้บุกเบิกด้านพลังงานทดแทนทำให้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าวได้

ซึ่งการผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ พลังงานลม การผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะล้วนไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออากาศที่เราหายใจ แหล่งน้ำที่เราใช้ และระบบภูมิอากาศ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการที่ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากขึ้นด้วย

เรารักอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมืองต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างก็กำลังปรับปรุงสถานที่ที่ผู้คนใช้อยู่อาศัยและทำงาน อาคารต่างๆ ล้วนบ่งบอกถึงคุณลักษณะของเมืองได้ ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าเมืองมีรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไร แต่ยังชี้ให้เห็นวิธีดำเนินงานของเมืองด้วย อาคารต่างๆ ใช้พลังงานหนึ่งในสามของโลก และเมืองขนาดใหญ่ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากถึงร้อยละ

80 ซึ่งจากการประกวดออกแบบอาคารรูปแบบใหม่ การสร้างแรงจูงใจและการจัดทำมาตรฐาน ทำให้เมืองต่างๆ มีแนวโน้มในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น และส่งผลให้เกิดเป็นกระแสนิยมระดับโลกอีกด้วย โดยอาคารต่างๆ ที่สร้างใหม่จะกลายเป็นผู้ผลิตพลังงานมากกว่าเป็นผู้ใช้พลังงาน

เรารักวิถีชีวิตที่สะอาด

จากการลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองและรักโลกมากขึ้นทำให้เมืองต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมเดินหน้าใช้วิธีแก้ปัญหาขยะอย่างชาญฉลาด เช่น การเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นก๊าซชีวภาพ การทำความร้อนแบบรวมศูนย์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ การชลประทาน และการนำกลับมาใช้ซ้ำล้วนแต่มีที่มาจากขยะและน้ำเสียทั้งสิ้น

การผลิตทรัพยากรจากขยะยังสร้างอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย จากการลดปริมาณและนำขยะมาใช้ประโยชน์เพื่อผลิตวัตถุดิบและพลังงานทำให้การจัดการขยะในเมืองมีส่วนพัฒนาช่วยเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และยังมีส่วนในการส่งเสริมวิถีชีวิตที่สะอาดปลอดภัย

เราชอบอาหารที่สดใหม่

จากร้านอาหารชั้นนำจนถึงร้านอาหารแผงลอยข้างถนน อาหารถือเป็นส่วนสำคัญกำหนดคำนิยามของเมืองและยังเป็นมีบทบาทสำคัญยิ่งสำหรับเส้นทางสู่ความยั่งยืนนี้ การจัดหาอาหารที่เท่าทันภูมิอากาศ (Climate-Smart food procurement) และการส่งเสริมการกินอาหารเน้นผักผลไม้เป็นหลัก (Veggie Based Diet) จะช่วยลดปัญหาด้านผลกระทบของภูมิอากาศที่มีต่ออาหารและปัญหาด้านสุขภาพ

การทำเกษตรในเมืองจะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลและโรงเรียนต่างก็นำหีบห่อบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่และหมักปุ๋ยจากเศษอาหารเหลือทิ้งเพื่อไม่ก่อให้เกิดขยะ ยิ่งเมืองต่างๆ ร่วมมือกันจัดการด้านอาหารมากเท่าไหร่ เมืองจะน่าอยู่มากขึ้นเท่านั้น

CLICK HERE TO LEARN MORE ABOUT SUSTAINABLE CITIES
ถัดไป ถัดไป

การเดินทางสู่สิ่งที่ดีกว่า

สามขั้นตอนเพื่อสร้างความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นให้กับเมืองที่รักของเรา

ร่วมโหวต แสดงความยินดีและเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาเมืองที่รักของคุณ

31 ตุลาคมจะเป็นวันสุดท้ายของการลงคะแนน โดยการประกาศเมืองที่ชนะในตอนท้ายของโครงการ

แต่ละเมืองจะนำแนวคิดของคุณไปพัฒนาเมืองให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

ถัดไป

แสดงความรักต่อเมืองได้โดย

ภาพจาก Instagrams, ลงคะแนนโหวต และเสนอความคิดเห็น ในแคมเปญ “เมืองนี้ฉันรัก” เมืองที่ได้รับคะแนนมากสุดจะเป็นผู้ชนะ

ภาพถ่าย Instagram ของเมืองโปรดของท่าน โดยใช้เครื่องหมาย #

ร่วมโหวตผ่านหน้าเพจของเมือง โดยคลิกที่ปุ่ม “Vote”

งข้อเสนอแนะเพื่อร่วมพัฒนาเมือง

ถัดไป

TWEET, LIKE & SHARE

เพิ่มเสียงของคุณ! ทุก ๆ ภาพอินสตาแกรม และทวีตเตอร์ จะนับเป็น 1 คะแนนเมื่อคุณติดแฮชแท็กเมืองที่คุณชื่นชอบ

มารู้จักกิจกรรมเมืองนี้นี้ที่ฉันรัก หรือ

สร้างอนาคตที่ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้

About Image

กิจกรรมนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 ดำเนินการโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำของโลกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนมากกว่า 200 ล้านคนจากทั่วโลก โดยมีกว่า 150 เมืองที่มีคนมากกว่า 10 ล้านคนเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้เมืองที่เข้าร่วมได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางต่างๆ ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเมืองจากคนกว่าแสนคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น
ด้วยภารกิจสำคัญของ WWF ที่มุ่งส่งเสริมอนาคตที่ผู้คนจะสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เราจึงสนับสนุนการสร้างสรรค์และการพัฒนาที่ทำให้เมืองเจริญขึ้น บนขีดจำกัดด้านนิเวศของโลกใบเดียวใบนี้ของเราทุกคน

Next

Thanks for signing up.

Follow us on Facebook

Follow us on Twitter

ขอบคุณสำหรับการลงคะแนน

การลงคะแนนของคุณสำเร็จแล้ว! ขอบคุณสำหรับการช่วยออกแบบอนาคตของเมืองที่ยั่งยืน! ขอให้เราได้ติดต่อกันอีก

ชื่อ
อีเมล์
เลือก:
เลือก:
ส่ง ข้าม
We use cookies to enhance your experience. By continuing to visit this site we assume you agree to our use of cookies, found in our Privacy Policy.